องค์ความรู้เพื่อการพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน - HKM

เบบี้ซุกินี

ชื่อวิทยาศาสตร์ Cucurbita pepoL. var. cylindica Pans.

ชื่อสามัญ Baby Zucchini

ลักษณะทางพฤษศาสตร์ : [1]

ลักษณะทั่วไป ซุกินีเป็นพืชในตระกูลแตง มีถิ่นกำเนิดอยู่แถบเม็กซิโก เป็นพืชฤดูเดียว เจริญเป็นพุ่มหรือกิ่งเลื้อย ลำต้นมีข้อสั้น ใบมีลักษณะเป็นเหลี่ยม ผิวหยาบ และมีขนอ่อนบนใบ ดอกตัวเมียและตัวผู้แยกกันอยู่แต่อยู่บนต้นเดียวกัน ผสมเกสรโดยแมลง เช่น ผึ้ง ผลมีลักษณะทรงยาว รี มีสันนูนตามยาว ผิวเรียบเป็นมัน สีเขียวแก่สลับลายขาวเป็นจุด เนื้อแน่น กรอบ ฉ่ำน้ำ มีเมล็ดจำนวนมาก ขนาดผลโดยประมาณมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 3 – 4 เซนติเมตร ยาว 15 – 20 เซนติเมตร นิยมบริโภคกันมากในแถบประเทศเมดิเตอร์เรเนียน ในฝรั่งเศส อังกฤษ อิตาลี

การใช้ประโยชน์และคุณค่าทางอาหาร เบบี้ซุกินีรับประทานเป็นผักสด ใช้แทนบวบหรือแตงกวาในอาหารชนิดต่างๆ เช่น ผัด แกงจืด แกงเลียง หรือต้มจิ้มน้ำพริก หรือใช้เป็นผักสด สามารถนำไปดอง ซุกินีเป็นผักที่มีแคลอรี่ต่ำเหมาะสมสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก นอกจากนี้ให้เส้นใยน้อยกว่าซุกินีที่แก่นิยมนำมาชุปแป้งทอดเทมปุระผักรวมต่างๆ ผัด ต้ม ลวกได้สารพัด

สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม :  [1]

ซุกินีต้องการสภาพอากาศอบอุ่นในการเจริญเติบโต ปลูกได้ดีในสภาพพื้นที่ที่มีความสูงตั้งแต่ 600 เมตรขึ้นไป สามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี อุณหภูมิที่เหมาะสมอยู่ระหว่าง 18 – 30 องศาเซลเซียส ถ้าอุณหภูมิสูงหรือต่ำกว่านี้ พืชจะชะงักการเจริญเติบโต

สำหรับดินปลูกควรเป็นดินที่ร่วนซุย หน้าดินลึก มีความอุดมสมบูรณ์สูง ระบายน้ำได้ดี ความเป็นกรด – ด่างของดินมีค่า 6.0 – 6.5 และควรได้รับน้ำอย่างสม่ำเสมอและแสงแดดอย่างเต็มที่

การปลูกและการปฏิบัติดูแลรักษาระยะต่างๆของการเจริญเติบโต : [1]

การเตรียมกล้า เพาะกล้าในถาดหลุม อายุกล้า 6-8 วัน

การเตรียมดิน ไถดินลึก 15 – 20 เซนติเมตร ตากแดด 7 – 10 วัน เก็บเศษวัชพืชออกจากแปลง แล้วจึงใส่ปุ๋ยคอก อัตรา 1.5 – 3 ตัน/ไร่ และปุ๋ย 15 – 15 – 15 อัตรา 50 กก./ไร่

การปลูก ปลูกแถวเดี่ยว ระยะปลูกระหว่างต้น 0.7 – 1 เมตร ระยะห่างระหว่างแถว 1 เมตร ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์และฤดูปลูก

การให้น้ำ ควรให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ หากขาดน้ำพืชจะชะงักการเจริญเติบโต และผลผลิตมีคุณภาพต่ำ

การให้ปุ๋ย หลังย้ายปลูก ใส่ปุ๋ย 15 – 15 – 15 อัตรา 100 กก./ไร่ และแคลเซียมไนเตรท อัตรา 50 กก./ไร่

 

การเก็บเกี่ยวและการจัดการหลังการเก็บเกี่ยว : [2]

ช่วงเก็บเกี่ยว เก็บเกี่ยวเมื่อดอกยังตูม และมีขนาดตามที่กำหนด หรือเก็บเกี่ยวผลอ่อน ผิวเป็นมัน หลังจากดอกบาน 5 – 7 วัน

การเก็บเกี่ยว

1. เก็บเกี่ยวผลอ่อนติดดอกตูมเกือบบาน โดยใช้กรรไกร

2. จ้ดชั้นคุณภาพตามที่กำหนด ห่อด้วยกระดาษสีขาวเพื่อป้องกันการเกิดแผล จัดเรียงเป็นชั้นในภาชนะบรรจุ แล้วกั้นฟองน้ำหรือกระดาษสีขาว

3. ขนส่งโดยรถธรรมดาหรือรถห้องเย็นที่มีอุณหภูมิไม่ต่ำกว่า 7 องศาเซลเซียส

ข้อกำหนดเรื่องคุณภาพ คุณภาพขั้นต่ำ เป็นเบบี้ซุกินีที่สมบูรณ์เต็มผล โดยมีดอกติดอยู่มีรูปร่างลักษณะและสีตรงตามพันธุ์ สด ปลายดอกไม่เหี่ยว สะอาด ปลอดภัยจากสารเคมี

การจัดชั้นคุณภาพ

ชั้นหนึ่ง   1. ผลมีขนาดยาว 5 – 6 เซนติเมตร เมื่อรวมดอกด้วยมีความยาว 9 – 10 เซนติเมตร

        2. มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 – 1.5 เซนติเมตร

        3. ไม่มีตำหนิ เช่น รอยช้ำ หรือรอยแผล

        4. รูปร่างตรง ไม่คดงอ หรือผิดปกติ

        5. มีคุณภาพอย่างน้อยตามคุณภาพขั้นต่ำ

ข้อกำหนดในการจัดเรียง เบบี้ซุกินีในภาชนะบรรจุเดียวกันต้องเป็นพันธุ์เดียวกัน ชั้นคุณภาพเดียวกันและมีคุณภาพสม่ำเสมอ

การเก็บรักษา เก็บรักษาในสภาพอุณหภูมิ 5 - 10 องศาเซลเซียส ความชื้นสัมพัทธ์ 95 เปอร์เซ็นต์ สามารถเก็บรักษาได้นาน 1 สัปดาห์


เอกสารอ้างอิง :

[1] หนังสือเรื่องการปลูกผักบนพื้นที่สูง

[2] ตุลาคม 2545.คู่มือการจัดชั้นคุณภาพผัก.กองพัฒนาเกษตรที่สูง สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์