องค์ความรู้เพื่อการพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน - HKM

นายกอแย รุ่งโรจน์ประชาชื่น

เกษตรกรผู้นำ: ด้านสิ่งแวดล้อม
โครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวง: แม่ระมีดหลวง
หมู่บ้าน: ยองแหละ

 

เริ่มเข้าร่วมโครงการกับสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (สวพส.) เมื่อปี พ.ศ. 2566 มองเห็นข้อจำกัดของพืชล้มลุกที่ต้องลงทุนและปลูกใหม่ซ้ำๆ จึงเลือกไม้ผลระยะยาว (กาแฟ 500 ต้น, แมคคาเดเมีย 100 ต้น, อะโวคาโด 65 ต้น) ซึ่งยิ่งต้นโตขึ้น ทรงพุ่มใหญ่ขึ้น ผลผลิตและรายได้จะ "เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ" ตามกาลเวลา 

ทำไมจึงเลือก กาแฟ อะโวคาโด และแมคคาเดเมีย? พืชล้มลุกทั่วไปแม้จะเห็นผลเร็ว แต่มีวงจรชีวิตที่สั้น ต้องแลกมาด้วยการลงทุนใหม่ ซื้อเมล็ดพันธุ์ และเตรียมดินซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในทางกลับกัน ไม้ผลยืนต้นคือพืชที่ยิ่งโต ยิ่งให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หากได้รับการดูแลอย่างถูกวิธี

โดยวางโครงสร้างสวนเกษตรผสมผสาน โดยปลูก กาแฟ 500 ต้น, แมคคาเดเมีย 100 ต้น และอะโวคาโด 65 ต้น ควบคู่ไปกับการทำ ปศุสัตว์ ซึ่งกลายเป็นเครื่องยนต์สำคัญในการผลิตปุ๋ยคอกอินทรีย์มาบำรุงต้นไม้ ช่วยตัดต้นทุนค่าสารเคมีทางการเกษตร และสร้างระบบนิเวศหมุนเวียนภายในแปลง"การปลูกไม้ผล คือการสร้างป่า สร้างรายได้ และสร้างอนาคตให้คนรุ่นหลัง" เปลี่ยนมุมมองของการทำเกษตรจากการทำลายธรรมชาติ
มาสู่การเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ ไม้ผลเหล่านี้ไม่เพียงแต่ทำหน้าที่เป็นขุมทรัพย์สร้างรายได้ให้กับครอบครัว แต่ยังทำหน้าที่เป็นผืนป่าสีเขียวที่ช่วยอุ้มน้ำ บำรุงดิน และลดภาวะโลกร้อนอีกด้วย

 

ปรัชญา "สร้างป่า สร้างรายได้": การปลูกไม้ผลไม้ยืนต้นไม่ได้มองเพียงมิติเศรษฐกิจ แต่มองเป็นกระบวนการฟื้นฟูระบบนิเวศ คืนพื้นที่สีเขียว และสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้ผืนป่า ตอบโจทย์การ "อยู่ร่วมกับป่าอย่างยั่งยืน"

การต่อยอดปศุสัตว์สู่เกษตรหมุนเวียน : เริ่มต้นจากการทำปศุสัตว์ แล้วนำปุ๋ยคอก/มูลสัตว์ที่ได้มาใช้เป็นปัจจัยการบำรุงแปลงกาแฟ อะโวคาโด และแมคคาเดเมีย ช่วยลดต้นทุนค่าปุ๋ยเคมีได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ส่งมอบมรดกอาชีพให้คนรุ่นหลัง: มองว่าการทำเกษตรบนพื้นที่สูงเป็นการวางรากฐานทางเศรษฐกิจถาวร เพื่อให้ลูกหลานในอนาคตมีต้นไม้เศรษฐกิจที่พร้อมเก็บเกี่ยวผลผลิต โดยไม่ต้องเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่

เปรียบเทียบผลลัพธ์: ก่อน - หลัง การปรับเปลี่ยน

มิติการเปรียบเทียบ

อดีต / การทำพืชล้มลุกทั่วไป

ปัจจุบัน: เกษตรผสมผสานไม้ยืนต้น
(เริ่มปี 2566)

ผลลัพธ์ความสำเร็จและแนวโน้มอนาคต

รอบอายุพืชและการลงทุน

พืชอายุสั้น ต้องไถพรวนและซื้อเมล็ดพันธุ์ใหม่ทุกปี

ไม้ผลระยะยาว (กาแฟ 500 + แมคฯ 100 + อะโวคาโด 65)

ลงทุนครั้งเดียว ผลผลิตเพิ่มขึ้นทุกปีตามขนาดต้น

ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

หน้าดินเสื่อมโทรม เสี่ยงต่อการถางป่า

เพิ่มพื้นที่สีเขียว ฟื้นฟูระบบนิเวศป่าไม้

เกิดระบบ "สร้างป่า" ที่อยู่ร่วมกับธรรมชาติ

การจัดการปัจจัยการผลิต

ต้องซื้อปุ๋ยเคมีและสารปรับปรุงจากภายนอก

ทำปศุสัตว์ควบคู่ นำมูลสัตว์มาใช้บำรุงสวน

ลดต้นทุนการผลิต เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนในแปลง

โครงสร้างความมั่นคง

รายได้ผันผวน พืชล้มลุก ไร้ความยั่งยืน

สร้างฐานมรดกไม้ยืนต้น ที่เป็นสินทรัพย์เติบโตได้

มีหลักประกันทางเศรษฐกิจระยะยาวให้ลูกหลาน

 

จัดทำโดย
โครงการสร้างเครือข่ายและพัฒนาศักยภาพผู้นำชุมชนและผู้นำเกษตรกรเพื่อพัฒนาพื้นที่สูง
สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน)
เนื้อหาและรูปภาพนี้เผยแพร่เพื่อการประชาสัมพันธ์ โดยได้รับความยินยอมตามพระราชบัญญัติ
คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)