นางนนทลี พรศักดิ์สิริกุล
เกษตรกรผู้นำ: ด้านเศรษฐกิจ
โครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวง: คลองลาน
หมู่บ้าน: สุขวิจิตรพัฒนา
เส้นทางการสร้างอาชีพใหม่
อดีตเป็นแรงงานโรงงานที่มีรายได้วันละประมาณ 180 บาท แม้จะมีงานประจำ แต่ต้องการกลับมาใช้ชีวิตที่บ้านเกิด ไม่มีที่ดินทำกินเป็นของตนเอง จึงเริ่มต้นด้วยการเช่าพื้นที่จำนวน 10 ไร่ ในราคา 800 บาทต่อไร่ต่อปี ระยะแรกประกอบอาชีพปลูกมันสำปะหลังบนพื้นที่ประมาณ 5 ไร่ ควบคู่กับการรับจ้างทั่วไปซึ่งมีรายได้วันละประมาณ 200 บาท ทำให้มีรายได้รวมประมาณ 70,000 บาทต่อปี แต่ยังไม่สามารถสร้างความมั่นให้กับครอบครัว ในปี 2559 เมื่อเริ่มลงทุนทำเกษตรในโรงเรือนขนาด 6 × 24 เมตร จำนวน 3 หลัง และปรับเปลี่ยนจากเกษตรเชิงเดี่ยวสู่การผลิตพืชมูลค่าสูง

บทเรียนจากการสร้างตลาด
การเริ่มต้นปลูกผักในโรงเรือนไม่ได้ประสบความสำเร็จทันที โดยในช่วง 2 รอบการผลิตแรก ผักกาดเขียวและผักกาดขาวไม่สามารถจำหน่ายได้ เนื่องจากคนในชุมชนยังไม่คุ้นเคยกับการบริโภคผักชนิดดังกล่าว ส่งผลให้ผลผลิตตกค้างและมีความเสี่ยงต่อการสูญเสีย เพื่อแก้ไขปัญหา จึงนำผลผลิตที่เหลือมาแปรรูปเป็น "ส้มผักกาด" (ผักกาดดอง) เพื่อยืดอายุการเก็บรักษา พร้อมนำไปแจกให้คนในชุมชนทดลองชิม เมื่อผู้บริโภคเริ่มคุ้นเคยกับรสชาติและเห็นคุณภาพของผลิตภัณฑ์ จึงสามารถเริ่มจำหน่ายได้จริงใน รอบการผลิตที่ 3
จากนั้นได้ขยายช่องทางการตลาดด้วยการเดินจำหน่ายตามครัวเรือน และส่งจำหน่ายให้ร้านค้าในชุมชน ก่อนพัฒนาสู่การขายส่งผักสดในราคาประมาณ 26 บาทต่อกิโลกรัม โดยส่งผลผลิตครั้งละประมาณ 100–200 กิโลกรัม
การบริหารพื้นที่เช่า 10 ไร่ให้เกิดมูลค่าสูง
แม้จะเป็นพื้นที่เช่า แต่สามารถบริหารจัดการพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยแบ่งการผลิตออกเป็นพืชสร้างรายได้หมุนเวียนและไม้ผลระยะยาว
พืชสร้างรายได้หลัก
- ผักโรงเรือน จำนวน 3 โรงเรือน (ขนาด 6 × 24 เมตร) ปลูกผักกาดเขียวและผักกาดขาว สร้างรายได้ประมาณ 6,000–8,000 บาทต่อรอบการผลิต
- เมล่อนโรงเรือน จำนวน 288 ต้น ปลูกพันธุ์จันทร์ฉายและพันธุ์สารคาม ผลิตได้ประมาณ 3 รอบต่อปี สร้างรายได้ 20,000–40,000 บาทต่อรอบ
ไม้ผลและพืชเสริมรายได้
- มะม่วงน้ำดอกไม้ 224 ต้น รายได้ประมาณ 15,000 บาทต่อปี
- น้อยหน่าเพชรปากช่อง 30 ต้น รายได้ประมาณ 1,600 บาทต่อปี
- หน่อไม้หวาน 30 กอ รายได้ประมาณ 500 บาทต่อรอบการเก็บเกี่ยว
- ฝรั่งกิมจู 30 ต้น สำหรับบริโภคในครัวเรือนและจำหน่ายเป็นรายได้เสริม

ปัจจัยแห่งความสำเร็จ
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้การปรับเปลี่ยนอาชีพประสบผลสำเร็จ ได้แก่
- ความกล้าที่จะเปลี่ยนจากแรงงานรับจ้างสู่การเป็นผู้ประกอบการ
- ความอดทนในการสร้างตลาดใหม่ แม้ผลผลิตจะขายไม่ได้ในช่วงแรก
- การใช้การแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าและลดการสูญเสียของผลผลิต
- การวางแผนการใช้พื้นที่เช่าให้เกิดประโยชน์สูงสุด ผ่านการผสมผสานพืชผักในโรงเรือนกับไม้ผล
- การพัฒนาช่องทางการตลาดจากระดับชุมชนสู่ตลาดค้าส่ง

จัดทำโดย
โครงการสร้างเครือข่ายและพัฒนาศักยภาพผู้นำชุมชนและผู้นำเกษตรกรเพื่อพัฒนาพื้นที่สูง
สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน)
เนื้อหาและรูปภาพนี้เผยแพร่เพื่อการประชาสัมพันธ์ โดยได้รับความยินยอมตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)




