นายอาเช่ มอโป๊ะ
เกษตรกรผู้นำ: ด้านสิ่งแวดล้อม
โครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวง: แม่สลอง
หมู่บ้าน: แม่สลอลง

กาแฟใต้ร่มเงาไม้ป่า ด้วยแนวคิดการสร้างสมดุลธรรมชาติ
นายอาเช่ มอโป๊ะ ผู้นำเกษตรกรโครงการพัฒนาพื้นที่สูงฯ แม่สลอง ตำบลแม่สลองนอก อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย
การเปลี่ยนอาชีพจากการปลูกข้าวนาบันไดสู่การปลูกกาแฟ
ในอดีตเริ่มต้นอาชีพจากการปลูกข้าวนาบันได ปลูกข้าวโพด และปลูกผักต่าง ๆ เช่น หอมชูและคะน้าดอย ต่อมาในปี 2552 ได้มีโอกาสเข้าร่วมโครงการกับสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง ซึ่งได้สนับสนุนให้ปลูกกาแฟ แม้ว่าในปี 2543 เคยลองปลูกกาแฟมาแล้วประมาณ 2,000 ต้น แต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จอย่างเต็มที่ จนกระทั่งได้รับการสนับสนุนจาก สวพส. จึงเริ่มศึกษาและเริ่มต้นเก็บเมล็ดกาแฟ แปรรูป ขายกะลาและคั่วกาแฟเป็นหลัก
รายได้จากการปลูกกาแฟ
ส่งขายกะลาให้กับ สวพส. ในปี 2556 จนถึงปัจจุบันรายได้จากการปลูกกาแฟมีความมั่นคงมากกว่าเดิม โดยเฉลี่ยแล้วมีรายได้ประมาณ 500,000- 600,000 บาทต่อปี
การปลูกกาแฟใต้ร่มเงา
การปลูกกาแฟใต้ร่มเงาเป็นวิธีการที่ผสมผสานการเกษตรเข้ากับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โดยใช้ประโยชน์จากต้นไม้ใหญ่ที่ให้ร่มเงาแก่ต้นกาแฟ วิธีนี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดการใช้สารเคมี วิธีการนี้ไม่เพียงแต่นำไปสู่การผลิตที่มีคุณภาพ แต่ยังช่วยรักษาสมดุลของระบบนิเวศและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอีกด้วย
ข้อดีของการปลูกกาแฟใต้ร่มเงา
- การลดปัญหาโรคและแมลง: การปลูกกาแฟใต้ร่มเงาช่วยลดความเสี่ยงจากโรคและแมลงที่มารบกวนกาแฟได้ เนื่องจากการมีพืชอื่นๆ ร่วมในพื้นที่สามารถช่วยป้องกันและควบคุมปัญหาเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- การจัดการและดูแลรักษาที่ง่ายขึ้น: ด้วยการปลูกกาแฟใต้ร่มเงา การดูแลรักษาพืชจะง่ายขึ้น เนื่องจากมีระบบนิเวศที่สมบูรณ์ซึ่งช่วยให้พืชเจริญเติบโตอย่างแข็งแรง
- การอนุรักษ์ดินและน้ำ: การมีพืชปกคลุมดินจะช่วยลดการชะล้างของดินและช่วยรักษาความชุ่มชื้นในดิน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตของพืชกาแฟ
- การสร้างความหลากหลายทางชีวภาพ: การปลูกกาแฟใต้ร่มเงาช่วยส่งเสริมความหลากหลายทางชีวภาพ โดยการมีพืชหลายชนิดร่วมในพื้นที่ ช่วยให้เกิดการพึ่งพาอาศัยกันในระบบนิเวศ
- การสร้างรายได้อย่างยั่งยืน: การปลูกกาแฟใต้ร่มเงาไม่เพียงแต่ช่วยสร้างรายได้จากกาแฟเท่านั้น แต่ยังสามารถสร้างรายได้เสริมจากพืชชนิดอื่นที่ปลูกในพื้นที่เดียวกัน