นายอนันต์ โยเปี๊ยะ
เกษตรกรผู้นำ: ด้านสิ่งแวดล้อม
โครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวง: ห้วยก้างปลา
หมู่บ้าน: บ้านหล่อชา
"หมักปุ๋ยจากดิน คืนชีวิตให้กาแฟ... ความรู้ที่มีค่าที่สุด คือความรู้ที่เราลงมือทำเอง"

ข้อมูลทั่วไป
พื้นที่ทำกิน : 14 ไร่ 2 งาน
แหล่งน้ำ : ระบบน้ำในแปลง (เน้นการจัดการน้ำในช่วงเริ่มปลูก)
การรับรองมาตรฐานอาหารปลอดภัย : เกษตรปลอดสารเคมี (เน้นวิถีธรรมชาติเพื่อให้ต้นกาแฟอายุยืน)
ชนิดพืชที่ปลูก : กาแฟ (3,000 ต้น), อะโวคาโด (100 ต้น)
ความรู้ที่เกษตรกรสามารถถ่ายทอดได้ :
- เทคนิคการทำปุ๋ยหมักแบบชั้น จากวัสดุเหลือใช้ในท้องถิ่น
- การปรับเปลี่ยนพื้นที่ไร่ข้าวโพดสู่สวนกาแฟและไม้ผล
- การศึกษาดูงานและนำความรู้จากแหล่งอื่น (หนองเขียว) มาประยุกต์ใช้ในพื้นที่ตนเอง
องค์ความรู้โครงการหลวง/งานวิจัย สวพส./เทคโนโลยีที่เกษตรกรใช้ในแปลง :
- เทคโนโลยีการเสียบยอดอะโวคาโดเพื่อลดระยะเวลาให้ผลผลิต
- กระบวนการทำปุ๋ยหมักอินทรีย์คุณภาพดี (ใบไม้ + มูลสัตว์)
- การดูแลรักษาต้นกาแฟแบบปลอดสารเคมีเพื่อป้องกันการตายต้น
ก้าวข้ามวิถีเกษตรเคมี
ในอดีตปลูกข้าวโพด ซึ่งเป็นพืชที่ต้องพึ่งพาสารเคมีและทำลายคุณภาพดินในระยะยาว จนกระทั่งตัดสินใจปรับเปลี่ยนวิถีการทำกินบนพื้นที่กว่า 14 ไร่ 2 งาน สู่การเป็นสวนไม้เมืองหนาวที่ยั่งยืน

"เรียนรู้เพื่อพึ่งพาตนเอง"
หัวใจสำคัญคือการเป็นนักเรียนรู้ที่ไม่หยุดนิ่ง ออกไปศึกษาดูงานเรียนรู้เทคนิคจากพื้นที่อื่น เช่น หนองเขียว แล้วนำมาปรับใช้ร่วมกับคำแนะนำของ สวพส. จนเกิดเป็นสูตร "ปุ๋ยหมักประหยัดต้นทุน" ที่ใช้ใบไม้ผสมกับมูลวัว มูลควาย และมูลไก่ หมักทิ้งไว้ 2-3 เดือน จนได้ปุ๋ยหมักที่มีคุณภาพเพื่อใช้บำรุงต้นกาแฟกว่า 3,000 ต้น
รายได้ที่มาพร้อมความยั่งยืน
ปัจจุบัน มีรายได้หลักจากการขายกาแฟแบบปลอดสารเคมี การไม่ใช้สารเคมีช่วยให้ต้นกาแฟแข็งแรงและไม่แห้งตายง่าย ส่วนอะโวคาโดที่ที่ทำการเสียบยอด ให้ผลผลิตและเริ่มมีรายได้
ตารางเปรียบเทียบรายได้ ก่อน - หลัง ปรับระบบเกษตร
|
รายละเอียด |
ก่อนปี 2563 |
รายละเอียด |
ปัจจุบัน |
|
ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ |
5,000 |
กาแฟ (หลัก), อะโวคาโด (เสริม) |
30,000 |
|
รายได้รวมต่อปี (บาท) |
5,000 |
|
30,000 |





