ข้าวโพดข้าวเหนียวพันธุ์พื้นเมืองบนพื้นที่สูง
ข้าวโพดข้าวเหนียว หรือข้าวโพดเทียน (waxy corn) ชื่อวิทยาศาสตร์ Zea mays ceratina มี endosperm อ่อนและมีลักษณะเฉพาะ คือ นุ่มเหนียว ส่วนประกอบของแป้งเป็น amylopectin ขณะที่ข้าวโพดอื่น ๆ มีแป้ง Amylose ประกอบอยู่ด้วย จึงทำให้แป้งค่อนข้างแข็ง ข้าวโพดข้าวเหนียว เป็นข้าวโพดรับประทานฝักสด สามารถปลูกได้ตลอดทั้งปีในพื้นที่เขตชลประทาน ข้าวโพดข้าวเหนียวมีอายุเก็บเกี่ยวสั้นประมาณ 55-70 วัน ฝักมีขนาดเล็ก ความยาวฝัก 10-15 เซนติเมตร เส้นผ่านศูนย์กลางฝัก 2-3 เซนติเมตร และมีจำนวนแถวของเมล็ด 8-12 แถว
สวพส. ดำเนินการรวบรวมและคัดเลือกพันธุ์ข้าวโพดข้าวเหนียวบนพื้นที่สูง เพื่อการวิจัยช่วย “สร้างมูลค่าจากอัตลักษณ์และความหลากหลาย” (Value from Diversity) ข้าวโพดข้าวเหนียวจะไม่ใช่แค่พืชไร่หมุนเวียนทั่วไป แต่จะกลายเป็นพืชเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่ช่วยกระจายรายได้สู่ชุมชน พร้อมกับเป็นแหล่งความมั่นคงทางอาหารให้กับท้องถิ่นอย่างยั่งยืน
ลักษณะทางกายภาพและผลผลิต
ความสูง : มีความสูงประมาณ 150 - 210 เซนติเมตร ความสูงของฝักจากพื้นดินอยู่ที่ประมาณ 100 - 120 เซนติเมตร
ขนาดของฝัก : พันธุ์พื้นเมืองมีความยาวฝัก 9.0–13.6 เซนติเมตร
จำนวนแถวเมล็ด : มาตรฐานทั่วไปมี 8–12 แถว ขณะที่พันธุ์พื้นเมืองมีจำนวนเมล็ดต่อฝักเฉลี่ยสูงถึง 119.6–310.8 เมล็ด
สีของเมล็ด : โดยทั่วไปพบมีความหลากหลายของสีเมล็ด เช่น สีขาว หรือ ขาวขุ่น เป็นสีพื้นฐานของข้าวโพดข้าวเหนียวหรือข้าวโพดเทียนดั้งเดิม เนื้อเมล็ดจะมีความขุ่นมากกว่าข้าวโพดหวาน สีม่วง หรือ ม่วงดำ (ข้าวโพดข้าวเหนียวข้าวก่ำ) เป็นสีที่นิยมมากในท้องถิ่น เพราะมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง เช่น พันธุ์จาก จ.เลย (ข้าวโพดตักหงาย) และพันธุ์ข้าวก่ำ (ม่วงแดง-ม่วงดำ) นอกจากนี้ สีด่างหรือผสม (ขาว-ม่วง) ในฝักเดียวจะมีทั้งเมล็ดสีขาวและสีม่วงปนกัน เรียกว่า เป็นลักษณะการผสมสีตามธรรมชาติ พันธุ์พื้นเมืองมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เช่น พระบาทห้วยต้ม ที่มีเมล็ด ใบ และเปลือกหุ้มเป็นสีม่วงทั้งหมด ขณะที่สายพันธุ์อื่นมักเป็นสีผสมม่วง/เหลืองในสัดส่วนที่ต่างกัน
อายุการเก็บเกี่ยว : พันธุ์พื้นเมืองบนพื้นที่สูง อยู่ในช่วง 57–64 วัน
ผลผลิต : พันธุ์พื้นเมืองมีผลผลิตเฉลี่ย 1,000 – 1,500 กิโลกรัม/ไร่
คุณค่าทางโภชนาการ
คาร์โบไฮเดรต : พันธุ์พื้นเมืองมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 73.44% โดยสายพันธุ์ที่เก็บมาจากบ้านบราโกร มีคาร์โบไฮเดรตน้อยที่สุด (69.57%) ในขณะที่พันธุ์การค้ามีปริมาณคาร์โบไฮเดรตสูงที่สุด (79.32%)
โปรตีน : พันธุ์พื้นเมืองมีโปรตีนสูงกว่าพันธุ์การค้า เช่น บ้านบราโกร (12.03%), กองขากหลวง 2 (10.54%) และ กองขากหลวง 1 (10.32%) ในขณะที่พันธุ์การค้ามีเท่ากับ 8.41%
พลังงาน : พันธุ์พื้นเมืองเกือบทุกสายพันธุ์ให้พลังงานสูงกว่าพันธุ์การค้า (354.65 kcal/100g) โดยสายพันธุ์ บ้านแม่เต๋อ ให้พลังงานสูงสุดถึง 366.60 kcal/100g
เบต้าแคโรทีน: ทั้งพันธุ์การค้าและพันธุ์พื้นเมืองส่วนใหญ่ตรวจไม่พบ ยกเว้นสายพันธุ์ข้าวโพดข้าวเหนียวที่เก็บรวบรมมาจากกองขากหลวง 1 ที่ตรวจพบปริมาณ 25.92 µg/100g
แนวทางการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์
ส่งเสริมเกษตรกรปลูกสายพันธุ์ที่เหมาะสมกับพื้นที่และความต้องการของตลาด เช่น พันธุ์โปรตีนสูง หรือพันธุ์เมล็ดสีม่วงที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง และสามารถต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม เช่น ข้าวโพดเพื่อสุขภาพ ผลิตภัณฑ์แปรรูป และสินค้าอัตลักษณ์ชุมชนบนพื้นที่สูง นอกจากนี้ส่งเสริมการปลูกและอนุรักษ์พันธุ์พื้นเมือง จะช่วยรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ และสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับชุมชนในระยะยาว
แนวทางการวิจัยระยะต่อไป
ศึกษาและรวบรวมพันธุ์ข้าวโพดข้าวเหนียวพื้นเมืองจากแหล่งปลูกต่าง ๆ บนพื้นที่สูงให้เพิ่มมากขึ้น เพื่ออนุรักษ์และใช้ประโยชน์ด้านพันธุกรรมและพัฒนาสายพันธุ์ที่มีคุณภาพดี ผลผลิตสูง และเหมาะสมกับสภาพพื้นที่สูง การวิจัยสารสำคัญทางโภชนาการและสารต้านอนุมูลอิสระในสายพันธุ์เมล็ดสีต่างๆ เพื่อพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ รวมถึงศึกษาระบบการผลิตที่เหมาะสมต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
เขียนและเรียบเรียงโดย อดิเรก ปัญญาลือ, จันทร์จิรา รุ่งเจริญ, ณัฐธยาน์ สุริยวงศ์ และ ธัญพิสิษฐ์ ใจแข็ง




