ทั่วถึงและเท่าเทียม Leaving No one in Highlands Behind

การลดความเหลื่อมล้ำเป็นวาระสำคัญของการพัฒนาในระดับสากลที่องค์การสหประชาชาติกำหนดเป็นเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนลำดับที่ 10 สถานการณ์ความเหลื่อมล้ำเป็นปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นบนพื้นที่สูงและพื้นที่ภูเขาทั่วโลก ในการประชุมวิชาการนานาชาติ เรื่องการพัฒนาพื้นที่ภูเขา 2019 ระหว่างวันที่ 12-14 กันยายน 2562 ณ ประเทศออสเตรีย มีผู้เข้าร่วมประชุมจากสถาบันการศึกษา สถาบันวิจัย และองค์กรพัฒนาเอกชน จำนวนกว่า 500 คน ได้ตอกย้ำให้เห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาพื้นที่ภูเขาที่ทั่วถึงและเท่าเทียม นักวิจัยและนักพัฒนาของสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส. ได้ร่วมนำเสนอกรณีศึกษาของการวิจัยและพัฒนาในโครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงในประเทศไทย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความเหลื่อมล้ำในหลายมิติ จำนวน 3 เรื่อง ได้แก่ การวิจัยและพัฒนาเชิงพื้นที่ การฟื้นฟูทรัพยากรดินบนพื้นที่สูงแบบมีส่วนร่วม และการจัดการทรัพยากรธรรมชาติแบบมีส่วนร่วม

การวิจัยและพัฒนาเชิงพื้นที่ แสดงให้เห็นถึงมิติความเหลื่อมล้ำบนพื้นที่สูงของไทยในด้านกายภาพ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรม พื้นที่สูงส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในถิ่นทุรกันดาร อยู่ห่างไกลจากเขตเมือง และเป็นภูเขาสลับซับซ้อน การเข้าถึงบริการของรัฐในด้านการศึกษาและสาธารณสุขของชุมชนชาวเขากว่า 10 ชาติพันธุ์ ยังไม่ทั่วถึงโดยส่วนใหญ่เป็นชนเผ่ากะเหรี่ยง ไทยพื้นเมือง ม้ง มูเซอ ลัวะ และอาข่า นอกจากนี้การใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติมีข้อจำกัดเนื่องจากพื้นที่สูง
ส่วนใหญ่อยู่ในเขตป่าต้นน้ำลำธารและพื้นที่เกษตรกรรม มีความลาดชัน รวมทั้งวัฒนธรรมและภูมิปัญญาของกลุ่มชาติพันธุ์ยังได้รับการให้คุณค่าในวงจำกัด ความเหลื่อมล้ำในหลายมิติเหล่านี้ล้วนเป็นอุปสรรคที่ลดทอนความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจของชุมชนบนพื้นที่สูง เกษตรกรบนพื้นที่สูงมีรายได้เฉลี่ยต่ำและจัดอยู่ในกลุ่มประชากร ร้อยละ 40 ที่มีรายได้ต่ำสุด (Bottom 40) ของประเทศที่มีค่าเฉลี่ยต่ำกว่า 5,346 บาทต่อคนต่อเดือน

การวิจัยและพัฒนาที่ สวพส.ขับเคลื่อนบนหลักการใช้พื้นที่เป็นตัวตั้งในชุมชนจำนวน 616 กลุ่มบ้าน 12 จังหวัดในภาคเหนือและตะวันตกของไทย มีเป้าหมายเพื่อให้ชุมชนบนพื้นที่สูงอยู่ดีมีสุข โดยการประยุกต์ใช้องค์ความรู้โครงการหลวงและต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่น การส่งเสริมอาชีพภาคการเกษตรซึ่งเป็นอาชีพหลักของเกษตรกรบนพี่สูงที่เหมาะสมกับภูมิสังคมภายใต้ระบบการเพาะปลูกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการเสริมสร้างความเข้มแข็งของกลุ่มเกษตรกรในการวางแผนการผลิตและการตลาด โดยมีองค์ความรู้จากการวิจัยของ สวพส. เป็นเครื่องมือสนับสนุนการพัฒนาอาชีพและยกระดับการพัฒนาชุมชน  ตัวอย่างเช่น ผลการวิจัยในการฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของดินในแปลงปลูกข้าวไร่และข้าวโพด ในโครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงแม่สอง จังหวัดตาก และโป่งคำ จังหวัดน่าน รวมทั้งแนวปฏิบัติที่ดีในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติแบบมีส่วนร่วมของชุมชนบ้านห้วยน้ำใส ในโครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ในการนำแผนที่ดินรายแปลง มาเป็นเครื่องมือในการวางแผนระบบน้ำขนาดเล็ก และระบบชลประทานบนพื้นที่สูงเพื่อวางแผนการส่งเสริมอาชีพได้อย่างเหมาะสม

การขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่สูงที่ สวพส. มุ่งหวังให้เกษตรกรสามารถยกระดับการพัฒนาตนเองบนฐานความรู้และหลุดพ้นจากกลุ่มผู้มีรายได้ต่ำสุดของประเทศ  จึงสอดคล้องกับทั้งเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ และเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ.2561-2580) ของประเทศไทย ในการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม การพัฒนามีความครอบคลุม ทั่วถึง ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง (leave no one behind)

 

 

---------------------------------------------------------------------------------------------------------

เขียน / เรียบเรียงเรื่อง: นางสาวเกษราภร  ศรีจันทร์ และคณะ

 



สร้างเมื่อ: 15 ตุลาคม 2562 | เข้าชม 62 ครั้ง



อื่นๆ

  • สรุปผลการจัดกิจกรรมวันสืบสานงานพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน วันที่ 14-16 สิงหาคม 2562 ณ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่
  • ผึ้งมีความสำคัญ ในระบบนิเวศทางธรรมชาติเพราะ ผึ้ง เป็นตัวแพร่กระจายเกสรพืช ช่วยทำให้เกิดการผสมพันธุ์ของพืชในป่าและในการเกษตร ความสมดุลของระบบนิเวศและการอยู่รอดของมนุษย์
  • เมื่อเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนฤดูจากฤดูร้อนเข้าสู่ฤดูฝน เท่ากับว่าฤดูกาลของเห็ดป่ากำลังจะเริ่มขึ้นอีกครั้ง
  • วิถีของเกษตรกรบ้านห้วยน้ำใส อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีพื้นที่สำหรับหมุนเวียนในการทำเกษตรไม่น้อยกว่า 3-4 แปลงต่อครัวเรือน ซึ่งในแต่ละปีเกษตรกรจะต้องตัดถางและเผาเตรียมพื้นที่ทำการเกษตรเพื่อเลี้ยงชีพ (ความต้องการบริโภคข้าวของเกษตรกรต่อ 1 ครัวเรือน ประมาณ 150 ถัง คิดเป็นมูลค่า 15,000 บาท) ดังนั้นเพื่อให้เกษตรกรลดหรือเลิกการทำไร่หมุนเวียน จึงต้องสร้างรายได้ให้เพียงพอกับความต้องการของเกษตรกรก่อน
  • กระเทียม (Garlic; Allium sativum Linn.) เป็นพืชสมุนไพรที่นิยมนำมาใช้เป็นส่วนประกอบในอาหารไทยโดยปลูกมากในพื้นที่ภาคเหนือซึ่งมีอากาศหนาวเย็นเหมาะสมกับการปลูกกระเทียม (ไฉน, 2542) โดยมีพื้นที่ปลูก 70,927 ไร่ หรือร้อยละ 98 ของพื้นที่ปลูกกระเทียมทั้งประเทศ (สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร, 2561)
  • เป็นคำถามที่ถามกันมาเยอะเลยทีเดียว อย่างนั้นเรามาทำความรู้จักกัญชงหรือที่ในปัจจุบันเรียกกันว่า "เฮมพ์" และกัญชา ว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร เฮมพ์และกัญชา อยู่ในสกุล (genus) และชนิด (species) เดียวกัน ต่างกันที่ ชนิดย่อย (subspecies) เฮมพ์ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Cannabis sativa L. ssp. sativa ส่วนกัญชามีชื่อว่า Cannabis sativa L. ssp.indica
  • โครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงปัจจุบัน ปี พ.ศ. 2561 มีพื้นที่ดำเนินงานทั้งหมดจำนวน 33 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ 7 จังหวัด แบ่งพื้นที่ดำเนินงานเป็น 4 กลุ่มดังนี้ พื้นที่กลุ่มที่ 1 ได้แก่ เชียงใหม่, กำแพงเพชร, กาญจนบุรี พื้นที่กลุ่มที่ 2 ได้แก่ เชียงราย พื้นที่กลุ่มที่ 3 ได้แก่ น่าน และพื้นที่กลุ่มที่ 4 ได้แก่ ตาก, แม่ฮ่องสอน พื้นที่ส่วนใหญ่อยู่สูง 500 เมตร เหนือระดับปานกลางของน้ำทะเล
  • ดินเป็นทรัพยากรที่สำคัญต่อการเกษตร เนื่องจากดินเป็นปัจจัยในการดำรงชีวิตของพืช มีคุณสมบัติทางกายภาพที่เหมาะสมสำหรับเป็นที่ยึดเกาะของรากพืช ช่วยยึดลำต้นให้แน่น ไม่ให้ล้มเอียง และยังทำหน้าที่เก็บกักน้ำเพื่อการเจริญเติบโตของพืช
  • มะเขาควาย หรือชื่อท้องถิ่น มะเขาวัว พืชที่ถือเป็นโอกาสการสร้างเศรษฐกิจชุมชน จากฐานชีวภาพของชุมชนบนพื้นที่สูง เป็นพืชที่มีคุณค่าทางโภชนาการ เป็นพืชไม้เถาเลื้อยยาว มักเลื้อยพาดตามต้นไม้ใหญ่
  • ชุมชนบ้านวะโดโกร ต.แม่สอง อ.ท่าสองยาง จ.ตาก ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ส่งเสริมของโครงการขยายผลโครงการหลวงแม่สอง ประชากรส่วนใหญ่เป็นชนเผ่าปกาเกอะญอ ประกอบอาชีพหลักคือ การปลูกข้าวไร่ โดยทุกครัวเรือนจะปลูกข้าวไร่เพื่อใช้บริโภคตลอดปี

ข้อเสนอแนะ

Your subscrsibe request has been sent!

ข้อมูลการติดต่อ

สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน)
65 ม.1 ถ.สุเทพ ต.สุเทพ
อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50200
โทรศัพท์ 053-328496-8
โทรสาร 053-328494, 053-328229
Fax: +1 800 889 9898
E-mail: info@hrdi.or.th

ผู้ดูแลระบบ