เห็ดป่า.....หาได้ทุกปี..ไม่มีลด?

เมื่อเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนฤดูจากฤดูร้อนเข้าสู่ฤดูฝน เท่ากับว่าฤดูกาลของเห็ดป่ากำลังจะเริ่มขึ้นอีกครั้ง

จากสถานการณ์ไฟป่าและปัญหาหมอกควันที่ผ่านมา การเก็บหาเห็ดป่าโดยเฉพาะเห็ดเผาะหรือเห็ดถอบต้องตกเป็นจำเลยสังคมว่าเป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดมลพิษทางอากาศในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนของประเทศ เนื่องจากมีความเข้าใจว่าในการหาเห็ดชนิดนี้จะต้องมีการเผาป่าก่อนถึงจะมีเห็ดเกิดขึ้น

ซึ่งอันที่จริงแล้วเห็ดจัดเป็นเชื้อราประเภทหนึ่งโดยมีการเจริญเป็นเส้นสาย (hyphae) ในระยะหนึ่ง และมีการรวมตัวของเส้นใยเป็นโครงสร้างสืบพันธุ์ขนาดใหญ่ (fruit body) ที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าและสามารถใช้มือเก็บได้ โดยส่วนใหญ่แล้วเห็ดจะดำรงชีวิตเป็นผู้ย่อยสลายอินทรียวัตถุให้เป็นสารอินทรีย์ขนาดเล็กเพื่อนำเข้าไปใช้ในการเจริญของตนเองและช่วยหมุนเวียนสารอาหารในระบบนิเวศ โดยจะเรียกเห็ดกลุ่มนี้ว่า กลุ่มเห็ดผู้ย่อยสลายหรือกลุ่มเห็ดแซบโพรบ (saprobe) เช่น เห็ดฟาง เห็ดโคนน้อยหรือเห็ดถั่วเน่า เห็ดนางรมนางฟ้า เห็ดบด เห็ดขอนขาว เห็ดหอม และเห็ดหูหนู เป็นต้น อีกกลุ่มหนึ่งเป็นเห็ดที่มีการดำรงชีวิตร่วมกับสิ่งมีชีวิตอื่นเรียกว่า เห็ดกลุ่มซิมไบโอซิส สามารถแบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม คือ 1) เห็ดที่ดำรงชีวิตแบบพึ่งพาอาศัยกับพืชเรียกว่า กลุ่มเห็ดไมคอร์ไรซา (mycorrhiza) เช่น เห็ดขมิ้นเห็ดมันปู เห็ดผึ้งหรือเห็ดตับเต่า เห็ดเผาะ เห็ดไคหรือเห็ดหล่ม และเห็ดระโงก เป็นต้น และ 2) เห็ดที่ดำรงชีวิตแบบพึ่งพาอาศัยกับปลวก ได้แก่ กลุ่มเห็ดปลวกหรือเห็ดโคน นอกจากที่กลุ่มเห็ดที่กล่าวมาข้างต้นแล้วยังมีเห็ดที่ดำรงชีวิตเป็นปรสิตของพืชยืนต้นหรือเห็ดด้วยกันอีกด้วย ซึ่งจะเรียกเห็ดกลุ่มนี้ว่า กลุ่มเห็ดปรสิต (parasite)เช่น เห็ดหลินจือ หรือเห็ดหมื่นปี ซึ่งมีสรรพคุณทางยาที่แพร่หลายมานาน

โดยในครั้งนี้จะขอกล่าวถึงการเก็บหา เห็ดเผาะหรือเห็ดถอบ ตามความเชื่อของชาวบ้านที่สืบต่อกันมา ซึ่งแต่เดิมนั้นความเชื่อนี้เกิดจากการสังเกตของคนรุ่นก่อนๆ ที่พบว่าเห็ดมักจะไปเกิดในพื้นที่ที่เกิดไฟไหม้ป่า โดยเฉพาะบริเวณที่ติดกับขอนไม้ที่ไฟไหม้ไม่หมดหรือกอหญ้า ซึ่งจะพบเห็ดเป็นจำนวนมาก จากนั้นได้มีการบอกต่อ ๆ กันมา เช่น “...ตรงนี้ไฟไม่ไหม้ไม่มีเห็ดหรอก...” หรือ “...ต้องรอไฟไหม้ก่อน เห็ดถึงจะออก...” จนเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่า “...ต้องเผาป่าก่อนเห็ดถึงจะออก...” ซึ่งหากเรามาลองพิจารณาดีๆ แล้ว จะพบว่าการเกิดไฟป่าตามธรรมชาติในสมัยก่อนนั้นมิได้เกิดขึ้นบ่อยๆ ทุกปี การเกิดไฟไหม้หรือไฟป่าในพื้นที่เดิมนั้นต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2-3 ปี ขึ้นไป เนื่องจากวัตถุดิบที่เป็นเชื้อเพลิงมีปริมาณลดลงหลังจากการเกิดไฟไหม้ และเห็ดเผาะหรือเห็ดถอบเองก็เป็นสิ่งมีชีวิตหากถูกไฟเผาก็เหมือนกับที่เราซื้อเห็ดไปคั่วหรือย่างไฟ เส้นใยเห็ดเมื่อโดนความร้อนก็จะไม่สามารถเจริญต่อไปได้ หรือเรียกง่ายๆ ก็คือเห็ดสุกนั่นเอง เมื่อมาวิเคราะห์ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนนั้น พบว่าคนบางกลุ่มที่ต้องการหาเห็ดไปขายในปริมาณมากๆ จึงลักลอบเผาป่าเพราะคิดว่าจะมีเห็ดออกมาให้เก็บหา ส่งผลให้ปริมาณเห็ดป่าในธรรมชาติลดลงโดยเฉพาะอย่างยิ่งเห็ดที่เกิดเหนือผิวดิน เช่น เห็ดไข่ห่านหรือเห็ดระโงก เห็ดแดง เห็ดด่าน เห็ดโคน เป็นต้น และในปีถัดไปหลังจากเกิดไฟไหม้จะพบว่าเห็ดเผาะเองก็มีปริมาณลดลงไปมากเช่นกันจนเกือบจะไม่เจอเห็ดเผาะในพื้นที่นั้นอีกเป็นเวลา 3-5 ปี ซึ่งเป็นผลจากการที่เชื้อเห็ดที่เกิดเหนือผิวดินถูกทำลายโดยความร้อนจากไฟป่า ทั้งนี้มิใช่เพียงแค่เชื้อเห็ดเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบนี้ แต่ยังรวมไปถึงแหล่งอาหารของเห็ดซึ่งก็คือเศษใบไม้ที่ร่วงหล่นปกคลุมผืนดินในป่าและต้นกล้าของต้นไม้ที่เป็นพืชอาศัยของเห็ดอีกด้วย

 

การทำให้มีเห็ดออกและเก็บได้ตลอด วิธีทำนั้นง่ายมาก สามารถทำได้ดังนี้:

1. เวลาที่เก็บเห็ดต้องเหลือส่วนหนึ่งไว้ให้เป็นแม่เชื้อในธรรมชาติต่อไปด้วยไม่ใช่เก็บมาทั้งหมด แต่ส่วนใหญ่ที่เจอคือเก็บหมดไม่มีเหลือ อันนี้ต้องช่วยกันทำความเข้าใจ

2. เติมเชื้อในต้นไม้ที่เป็นพืชอาศัย โดย เพาะกล้าไม้วงศ์ยางที่เป็นพืชอาศัยของเห็ด แล้วนำสปอร์ของเห็ดผสมน้ำแล้วนำไปหยอดในถุงหรือใช้สปอร์คลุกกับดินที่ใช้ปลูกกล้าไม้เลยก็ได้ อนุบาลกล้าไม้ไว้ประมาณ 1 ปี แล้วค่อยนำไปปลูกในแปลงหรือสวน ใช้เวลาอย่างน้อย 2-3 ปี เห็ดมีการเจริญเติบโตและสามารถเก็บไปกินได้

 

วงจรการเกิดเห็ดเผาะในธรรมชาติ
 

---------------------------------------------------------------------------------------------------------

เขียน / เรียบเรียงเรื่อง: นายพิมุกต์ พันธรักษ์เดชา



สร้างเมื่อ: 3 กันยายน 2562 | เข้าชม 161 ครั้ง



อื่นๆ

  • การขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่สูงที่ สวพส. มุ่งหวังให้เกษตรกรสามารถยกระดับการพัฒนาตนเอง บนฐานความรู้และหลุดพ้นจากกลุ่มผู้มีรายได้ต่ำสุดของประเทศ จึงสอดคล้องกับทั้งเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ และเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ.2561-2580) ของประเทศไทย ในการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม การพัฒนามีความครอบคลุม ทั่วถึง ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
  • สรุปผลการจัดกิจกรรมวันสืบสานงานพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน วันที่ 14-16 สิงหาคม 2562 ณ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่
  • ผึ้งมีความสำคัญ ในระบบนิเวศทางธรรมชาติเพราะ ผึ้ง เป็นตัวแพร่กระจายเกสรพืช ช่วยทำให้เกิดการผสมพันธุ์ของพืชในป่าและในการเกษตร ความสมดุลของระบบนิเวศและการอยู่รอดของมนุษย์
  • วิถีของเกษตรกรบ้านห้วยน้ำใส อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีพื้นที่สำหรับหมุนเวียนในการทำเกษตรไม่น้อยกว่า 3-4 แปลงต่อครัวเรือน ซึ่งในแต่ละปีเกษตรกรจะต้องตัดถางและเผาเตรียมพื้นที่ทำการเกษตรเพื่อเลี้ยงชีพ (ความต้องการบริโภคข้าวของเกษตรกรต่อ 1 ครัวเรือน ประมาณ 150 ถัง คิดเป็นมูลค่า 15,000 บาท) ดังนั้นเพื่อให้เกษตรกรลดหรือเลิกการทำไร่หมุนเวียน จึงต้องสร้างรายได้ให้เพียงพอกับความต้องการของเกษตรกรก่อน
  • กระเทียม (Garlic; Allium sativum Linn.) เป็นพืชสมุนไพรที่นิยมนำมาใช้เป็นส่วนประกอบในอาหารไทยโดยปลูกมากในพื้นที่ภาคเหนือซึ่งมีอากาศหนาวเย็นเหมาะสมกับการปลูกกระเทียม (ไฉน, 2542) โดยมีพื้นที่ปลูก 70,927 ไร่ หรือร้อยละ 98 ของพื้นที่ปลูกกระเทียมทั้งประเทศ (สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร, 2561)
  • เป็นคำถามที่ถามกันมาเยอะเลยทีเดียว อย่างนั้นเรามาทำความรู้จักกัญชงหรือที่ในปัจจุบันเรียกกันว่า "เฮมพ์" และกัญชา ว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร เฮมพ์และกัญชา อยู่ในสกุล (genus) และชนิด (species) เดียวกัน ต่างกันที่ ชนิดย่อย (subspecies) เฮมพ์ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Cannabis sativa L. ssp. sativa ส่วนกัญชามีชื่อว่า Cannabis sativa L. ssp.indica
  • โครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงปัจจุบัน ปี พ.ศ. 2561 มีพื้นที่ดำเนินงานทั้งหมดจำนวน 33 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ 7 จังหวัด แบ่งพื้นที่ดำเนินงานเป็น 4 กลุ่มดังนี้ พื้นที่กลุ่มที่ 1 ได้แก่ เชียงใหม่, กำแพงเพชร, กาญจนบุรี พื้นที่กลุ่มที่ 2 ได้แก่ เชียงราย พื้นที่กลุ่มที่ 3 ได้แก่ น่าน และพื้นที่กลุ่มที่ 4 ได้แก่ ตาก, แม่ฮ่องสอน พื้นที่ส่วนใหญ่อยู่สูง 500 เมตร เหนือระดับปานกลางของน้ำทะเล
  • ดินเป็นทรัพยากรที่สำคัญต่อการเกษตร เนื่องจากดินเป็นปัจจัยในการดำรงชีวิตของพืช มีคุณสมบัติทางกายภาพที่เหมาะสมสำหรับเป็นที่ยึดเกาะของรากพืช ช่วยยึดลำต้นให้แน่น ไม่ให้ล้มเอียง และยังทำหน้าที่เก็บกักน้ำเพื่อการเจริญเติบโตของพืช
  • มะเขาควาย หรือชื่อท้องถิ่น มะเขาวัว พืชที่ถือเป็นโอกาสการสร้างเศรษฐกิจชุมชน จากฐานชีวภาพของชุมชนบนพื้นที่สูง เป็นพืชที่มีคุณค่าทางโภชนาการ เป็นพืชไม้เถาเลื้อยยาว มักเลื้อยพาดตามต้นไม้ใหญ่
  • ชุมชนบ้านวะโดโกร ต.แม่สอง อ.ท่าสองยาง จ.ตาก ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ส่งเสริมของโครงการขยายผลโครงการหลวงแม่สอง ประชากรส่วนใหญ่เป็นชนเผ่าปกาเกอะญอ ประกอบอาชีพหลักคือ การปลูกข้าวไร่ โดยทุกครัวเรือนจะปลูกข้าวไร่เพื่อใช้บริโภคตลอดปี

ข้อเสนอแนะ

Your subscrsibe request has been sent!

ข้อมูลการติดต่อ

สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน)
65 ม.1 ถ.สุเทพ ต.สุเทพ
อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50200
โทรศัพท์ 053-328496-8
โทรสาร 053-328494, 053-328229
Fax: +1 800 889 9898
E-mail: info@hrdi.or.th

ผู้ดูแลระบบ