ลดไร่หมุนเวียน ปรับระบบเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม คู่วิถีคนอยู่ร่วมกับป่า

"เราจะทำให้ประเทศไทยกลับมีความอุดมสมบูรณ์ มีความชุ่มชื้นได้ ขออย่าไปรังแกป่าเท่านั้นเอง"
พระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ณ ศาลาดุสิดาลัย 4 ธันวาคม 2537

 

จากพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรเห็นได้ว่า ท่านทรงห่วงใยเอาใจใส่เกี่ยวกับป่าไม้ต้นไม้ ทรงตระหนักว่าป่าไม้นั้นมีความสำคัญต่อประเทศชาติเพียงใด โครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงสบเมย ภายใต้การดำเนินงานของสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) จึงวางแผนการพัฒนาเชิงพื้นที่ และวางแผนการใช้ประโยชน์ที่ดิน เพื่อปรับระบบการทำการเกษตรให้เป็นไปตามแนวทางที่ถูกต้องและเหมาะสมกับสภาพพื้นที่ และตลาด โดยการลดพื้นที่การเกษตรให้น้อยลง แต่เพิ่มประสิทธิภาพทางการเกษตรเพื่อให้ได้ผลผลิตต่อหน่วยมากขึ้น จากการนำองค์ความรู้ในการทำการเกษตรแต่ละสาขามาใช้ประโยชน์ ภายใต้ระบบมาตรฐานอาหารปลอดภัย ระบบการอนุรักษ์ดินและน้ำ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ในรูปแบบของ "สหสาขา" หรือ Project team

 

วิถีของเกษตรกรบ้านห้วยน้ำใส อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีพื้นที่สำหรับหมุนเวียนในการทำเกษตรไม่น้อยกว่า 3-4 แปลงต่อครัวเรือน ซึ่งในแต่ละปีเกษตรกรจะต้องตัดถางและเผาเตรียมพื้นที่ทำการเกษตรเพื่อเลี้ยงชีพ (ความต้องการบริโภคข้าวของเกษตรกรต่อ ครัวเรือน ประมาณ 150 ถัง คิดเป็นมูลค่า 15,000 บาท) ดังนั้นเพื่อให้เกษตรกรลดหรือเลิกการทำไร่หมุนเวียน จึงต้องสร้างรายได้ให้เพียงพอกับความต้องการของเกษตรกรก่อน

จากแผนชุมชน สิ่งที่เกษตรกรบ้านห้วยน้ำใสมีความต้องการมากที่สุด คือการพัฒนาแหล่งน้ำชลประทานบนพื้นที่สูง เพื่อใช้ในการอุปโภคบริโภค และเพื่อการเกษตร ให้มีความเพียงพอต่อการดำรงชีวิต ซึ่งหากเป็นไปตามนี้ ชุมชนยินดีที่จะคืนพื้นที่ไร่หมุนเวียน จำนวน 966 ไร่ (โซน D) จากพื้นที่ทำการเกษตรทั้งหมด 2,868 ไร่ เพื่อพัฒนาและฟื้นฟูเป็นพื้นที่ป่า

ไม้ผลถูกนำมาเป็นพืชทดแทนการปลูกข้าวไร่ เพื่อลดพื้นที่การทำไร่หมุนเวียน ซึ่งชนิดของไม้ผลที่สามารถตอบโจทย์ในการสร้างรายได้ในระยะสั้นและมีมูลค่าสูงได้แก่ เสาวรสหวาน แต่ปัญหาใหญ่สำหรับการส่งเสริมการปลูกเสาวรสหวาน คือแหล่งน้ำทางการเกษตร และพื้นดินที่ความอุดมสมบูรณ์เพียงพอ เนื่องจากเสาวรสหวานเป็นพืชที่ต้องการน้ำตลอดอายุการปลูก และต้องการธาตุอาหารพืชที่มีความเหมาะสม

การนำแผนที่ดินรายแปลง มาเป็นเครื่องมือในการวางแผนระบบน้ำขนาดเล็ก และระบบชลประทานบนพื้นที่สูง โดยกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน หน่วยงานภาคีที่ร่วมบูรณาการในพื้นที่ สู่การวางแผนการส่งเสริมและกำหนดเป้าหมายพื้นที่รับผลประโยชน์ และแปลงของเกษตรกร เพื่อทดแทนพื้นที่ในการทำการเกษตรบนพื้นที่สูงที่อาศัยน้ำฝน ซึ่งมีพืชทางเลือกน้อยและทำลายสิ่งแวดล้อม

การส่งเสริมการทำปุ๋ยหมัก หรือปุ๋ยหมักจากฟางข้าว โดยการนำเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรที่มีจำนวนมากในท้องถิ่น มาใช้ในการปรับปรุงบำรุงดินเพื่อเพิ่มอินทรียวัตถุในดินและปรับโครงสร้างของดินให้มีความเหมาะสมกับการเจริญเติบโตของพืช โดยวิธีการใช้ร่วมกับใช้ปุ๋ยเคมีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และลดต้นทุนการพึ่งพาปัจจัยจากภายนอก แทนการเผาทำลายตามวิถีดั้งเดิม

มะม่วงและอาโวคาโด เป็นไม้ผลยืนต้นชนิดแรกๆ ที่มีการส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกภายใต้ค้างเสาวรสหวานร่วมกับการปลูกหญ้าแฝก หลังจากเก็บผลผลิตสร้างรายได้จากเสาวรสหวานได้ประมาณ ปี (พื้นที่ ไร่ 100 ต้น สร้างรายได้ประมาณ แสนบาทต่อปี) ไม้ผลยืนต้นจะเจริญทดแทนพื้นที่ค้างเสาวรสหวาน และสามารถสร้างรายได้ต่อเนื่องในปีต่อๆ ไป

เมื่อเกษตรกรมีอาชีพ และรายได้ที่มั่นคง มีแหล่งน้ำจากความร่วมมือของหน่วยงานบูรณาการ และจากคนในพื้นที่เอง ทำให้เกษตรกรไม่จำเป็นต้องไปทำการเกษตรในพื้นที่ห่างไกลและอาศัยน้ำฝน เพื่อทำไร่หมุนเวียน เมื่อไม่มีการตัดเผาทำลายป่า เมื่อนั้นป่าไม้ก็จะเกิดขึ้นมาเอง

 

---------------------------------------------------------------------------------------------------------

เขียน / เรียบเรียงเรื่อง: นายพิมุกต์ พันธรักษ์เดชา



สร้างเมื่อ: 13 สิงหาคม 2562 | เข้าชม 85 ครั้ง



อื่นๆ

  • การขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่สูงที่ สวพส. มุ่งหวังให้เกษตรกรสามารถยกระดับการพัฒนาตนเอง บนฐานความรู้และหลุดพ้นจากกลุ่มผู้มีรายได้ต่ำสุดของประเทศ จึงสอดคล้องกับทั้งเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ และเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ.2561-2580) ของประเทศไทย ในการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม การพัฒนามีความครอบคลุม ทั่วถึง ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
  • สรุปผลการจัดกิจกรรมวันสืบสานงานพัฒนาพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน วันที่ 14-16 สิงหาคม 2562 ณ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่
  • ผึ้งมีความสำคัญ ในระบบนิเวศทางธรรมชาติเพราะ ผึ้ง เป็นตัวแพร่กระจายเกสรพืช ช่วยทำให้เกิดการผสมพันธุ์ของพืชในป่าและในการเกษตร ความสมดุลของระบบนิเวศและการอยู่รอดของมนุษย์
  • เมื่อเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนฤดูจากฤดูร้อนเข้าสู่ฤดูฝน เท่ากับว่าฤดูกาลของเห็ดป่ากำลังจะเริ่มขึ้นอีกครั้ง
  • กระเทียม (Garlic; Allium sativum Linn.) เป็นพืชสมุนไพรที่นิยมนำมาใช้เป็นส่วนประกอบในอาหารไทยโดยปลูกมากในพื้นที่ภาคเหนือซึ่งมีอากาศหนาวเย็นเหมาะสมกับการปลูกกระเทียม (ไฉน, 2542) โดยมีพื้นที่ปลูก 70,927 ไร่ หรือร้อยละ 98 ของพื้นที่ปลูกกระเทียมทั้งประเทศ (สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร, 2561)
  • เป็นคำถามที่ถามกันมาเยอะเลยทีเดียว อย่างนั้นเรามาทำความรู้จักกัญชงหรือที่ในปัจจุบันเรียกกันว่า "เฮมพ์" และกัญชา ว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร เฮมพ์และกัญชา อยู่ในสกุล (genus) และชนิด (species) เดียวกัน ต่างกันที่ ชนิดย่อย (subspecies) เฮมพ์ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Cannabis sativa L. ssp. sativa ส่วนกัญชามีชื่อว่า Cannabis sativa L. ssp.indica
  • โครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงปัจจุบัน ปี พ.ศ. 2561 มีพื้นที่ดำเนินงานทั้งหมดจำนวน 33 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ 7 จังหวัด แบ่งพื้นที่ดำเนินงานเป็น 4 กลุ่มดังนี้ พื้นที่กลุ่มที่ 1 ได้แก่ เชียงใหม่, กำแพงเพชร, กาญจนบุรี พื้นที่กลุ่มที่ 2 ได้แก่ เชียงราย พื้นที่กลุ่มที่ 3 ได้แก่ น่าน และพื้นที่กลุ่มที่ 4 ได้แก่ ตาก, แม่ฮ่องสอน พื้นที่ส่วนใหญ่อยู่สูง 500 เมตร เหนือระดับปานกลางของน้ำทะเล
  • ดินเป็นทรัพยากรที่สำคัญต่อการเกษตร เนื่องจากดินเป็นปัจจัยในการดำรงชีวิตของพืช มีคุณสมบัติทางกายภาพที่เหมาะสมสำหรับเป็นที่ยึดเกาะของรากพืช ช่วยยึดลำต้นให้แน่น ไม่ให้ล้มเอียง และยังทำหน้าที่เก็บกักน้ำเพื่อการเจริญเติบโตของพืช
  • มะเขาควาย หรือชื่อท้องถิ่น มะเขาวัว พืชที่ถือเป็นโอกาสการสร้างเศรษฐกิจชุมชน จากฐานชีวภาพของชุมชนบนพื้นที่สูง เป็นพืชที่มีคุณค่าทางโภชนาการ เป็นพืชไม้เถาเลื้อยยาว มักเลื้อยพาดตามต้นไม้ใหญ่
  • ชุมชนบ้านวะโดโกร ต.แม่สอง อ.ท่าสองยาง จ.ตาก ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ส่งเสริมของโครงการขยายผลโครงการหลวงแม่สอง ประชากรส่วนใหญ่เป็นชนเผ่าปกาเกอะญอ ประกอบอาชีพหลักคือ การปลูกข้าวไร่ โดยทุกครัวเรือนจะปลูกข้าวไร่เพื่อใช้บริโภคตลอดปี

ข้อเสนอแนะ

Your subscrsibe request has been sent!

ข้อมูลการติดต่อ

สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน)
65 ม.1 ถ.สุเทพ ต.สุเทพ
อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50200
โทรศัพท์ 053-328496-8
โทรสาร 053-328494, 053-328229
Fax: +1 800 889 9898
E-mail: info@hrdi.or.th

ผู้ดูแลระบบ